ประวัติโรงเรียน

วิสัยทัศน์ : ยกระดับมาตราฐานวิชาชีพการแพทย์แผนไทยสู่เวทีโลก
พันธกิจ : สร้างเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เข้มเเข็งด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยและสมุนไพร

โรงเรียนพัฒนาปัญญาไทเริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2547 โดยข้าพเจ้า นายสมบัติ ไตรศรีศิลป์ ได้มีประสบการณ์สอนในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาควิชาชีววิทยา จากนั้นได้ไปศึกษาต่อ ชีวสถิติ คณะสาธารสุขศาสตร์ มหาวิทยามหิดล ซึ่งเรียนเกี่ยวกับสถิติประชากรระบาดวิทยาและการวิจัยเกี่ยวกับการเสี่ยงของการเกิดโรคแต่ละอาชีพ หลังจากนั้นได้กลับมาสอนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นเวลา 10 ปี จึงลาออก มาทำงานเป็นตัวแทนขายประกันของบริษัท เอไอเอ จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 30 ปีกว่าปี ระหว่าง ที่ทำงาน เป็นตัวแทนขายประกันได้พบกับลูกค้า ที่เจ็บป่วย เป็นโรคต่าง ๆ มากมาย ส่วนใหญ่ได้รับการรักษา โดยการแพทย์ปัจจุบัน จึงจะสามารถที่จะเบิกค่ารักษาพยาบาลจากบริษัทประกันได้ จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อปี 2542 ข้าพเจ้านอนตื่นเช้าขึ้นมาปรากฏว่าแขนด้านขวาขยับไม่ได้ มีความรู้สึกติดขัดที่หัวไหล่และสะบักหลัง ไม่สามารถที่จะเอามือล้วงกระเป่าหลังได้ หรือแม้แต่จะใส่เสื้อด้วยตนเองก็ไม่ได้ ทำให้ตกใจมาก จึงไปพบแพทย์ที่มีชื่อแห่งหนึ่งในโรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากนั้นแพทย์ทั้ง 2 ท่านได้ลงความเห็นว่ากระดูกที่ต้นคอข้อที่ 7 งอกทับเส้นประสาท ทำให้แขนชา ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ จึงบอกว่า มีทางเดียวที่จะรักษาได้คือต้องผ่าตัด แต่เนื่องจากข้าพเจ้ามีความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ สาขาชีววิทยา จึงมีความรู้สึกว่าการผ่าตัดจะเป็นทางเลือกสุดท้ายในการรักษา จึงได้ปรึกษาเพื่อนที่เป็นแพทย์ที่สนิทด้วยกัน ได้แนะนำให้ไปทำกายภาพบำบัด ด้วยการดึงคอ เช้าเย็นเป็นประจำ ครั้งละ 20 – 30 นาที หลังจากทำได้ประมาณ 5 วัน รู้สึกดีขึ้น จึงออกจากโรงพยาบาล และได้ไปปรึกษากับคุณแม่ว่าเคยมีประสบการณ์พบกับคนที่เคยเป็นโรคที่เป็นแบข้าพเจ้าบ้างหรือไม่ ท่านได้แนะข้าพเจ้าให้ไปบำบัดรักษาด้วยนวดแผนไทย

ข้าพเจ้าจึงได้ลองไปนวดแผนไทย มีความรู้สึกว่าดีขึ้น ไม่ว่าใครแนะนำไปหาหมอนวดแผนไทยที่ไหนไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกล ที่บอกว่านวดเก่งที่สามารถรักษาโรคได้ ข้าพเจ้าก็ไปหมด หลังจากที่ข้าพเจ้าไปนวดแผนไทยผ่านไป ก็มีอาการที่ดีขึ้นเป็นลำดับ จากที่ข้าพเจ้าผ่านมือหมอนวดแผนไทยเป็นจำนวนมากที่ได้ไปใช้บริการ พบว่าลีลาการนวดของแต่ละแตกต่างกันไป ตามภูมิรู้ ซึ่งมักจะเกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี ของแต่ละท้องถิ่น ที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี ตั้งแต่สมัยอยุธยา จนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ได้ดูแลสุขภาพของคนไทย ให้สืบทอดและอยู่ได้ตลอดมา ทำให้ข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่ากลัวสิ่งเหล่านี้จะสูญหายไปจากสังคมไทยในอนาคต ในปี 2543 จึงได้ไปเรียนการแพทย์แผนไทยที่สาธารสุขจังหวัดเชียงใหม่ ตามโครงการเงินกู้มิยาซาวา เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ที่ทุกคนรู้จักกันดีของโรคต้มยำกุ้ง ได้ลงทะเบียนเรียนในสาขาเภสัชกรรม ที่เกี่ยวข้องกับการปรุงยาสมุนไพร และสาขาเวชกรรม ที่เกี่ยวกับการวินิจฉัยโรค การรักษา โดยการใช้สมุนไพรและการนวด หลังจากเรียนไปยิ่งมีความเชื่อมั่นว่า มีหลายโรคที่สามารถจะรักษาด้วยสมุนไพรและการนวด แต่ถ้าจะให้สุขภาพดี จะต้องดูแลสุขภาพให้ดีได้ก่อน การป้องกันดูแลสุขภาพก่อนการเป็นโรคด้วยการแพทย์แผนไทยและการนวด ค่อนข้างจะได้ผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันโรคมะเร็ง โรคนิ่ว โรคเส้นเลือดอุดตัน และอำมพฤก อำมพาต ตลอดโรคปวดตามข้อ กล้ามเนื้อเส้นเอ็นและกระดูก ซึ่งทุกอย่างตามความรู้ของแพทย์แผนไทย สามารถตอบคำถามได้ในเชิงวิทยาศาสตร์

ข้าพเจ้ามั่นใจว่าจะนำเอาการแพทย์แผนไทยไปสู่สากล จึงได้ดำริกับครอบครัวและเพื่อน ๆ ร่วมกันจัดตั้งโรงเรียนขึ้น

พ.ศ.2547 วันที่ 16 พฤศจิกายน เริ่มเปิดโรงเรียน ชื่อ โรงเรียนพัฒนาปัญญาไท สอนนวดแผนไทย